thatwhy reads

สิบเอ็ดโมง วันนั้นฉันหย่า · ตอนที่ 1 · สิบเอ็ดโมง วันนั้นฉันหย่า

โดย ทองกัลย์

“แล้วเครื่องดูดฝุ่นล่ะ”

มนัสวีเงยหน้าจากเอกสารในมือ

“อะไรนะ”

“เครื่องดูดฝุ่น” ธนาพูดซ้ำ “ตัวที่ซื้อจากงานโฮมโปรน่ะ เธอจะเอาไปด้วยไหม”

วีมองอดีตสามีของเธอ ซึ่งเพิ่งกลายเป็นอดีตสามีอย่างเป็นทางการเมื่อไม่ถึงห้านาทีที่ผ่านมา

สิบสองปีที่อยู่ด้วยกัน มีเรื่องให้จำมากมาย ทั้งวันแต่งงาน วันซื้อคอนโด วันแม่เขาเข้าโรงพยาบาล วันที่เธอต้องขับรถไปรับเขาจากงานเลี้ยงตอนตีสอง และวันที่เธอนั่งร้องไห้อยู่ในห้องน้ำเพราะเขาลืมวันเกิดเธอเป็นปีที่สามติดต่อกัน

แต่ดูเหมือนสิ่งที่ธนากังวลที่สุดในวันที่หย่ากันจะเป็นเครื่องดูดฝุ่น

“นายเอาไปเถอะ”

“แน่ใจนะ”

“อืม”

“มันยังดีอยู่นะ”

“รู้ ฉันเป็นคนใช้”

ธนาขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ค่อยชอบเวลาวีพูดอะไรที่ฟังเหมือนประชด แม้เธอจะไม่ได้ตั้งใจประชดก็ตาม

“ฉันแค่ถามดีๆ”

“ฉันก็ตอบดีๆ”

เจ้าหน้าที่ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะก้มหน้าจัดเอกสาร ทำเหมือนไม่ได้ยินบทสนทนา

วีเซ็นชื่อในช่องสุดท้าย

มนัสวี

ลายเซ็นของเธอยังเหมือนเดิม ตัว ม ม้าใหญ่กว่าตัวอื่นนิดหน่อย แล้วลากเส้นใต้ชื่อยาวไปทางขวา

เธอมองมันอยู่ครู่หนึ่ง

แปลกดี

ลายเซ็นเดียวกันที่เคยใช้ในทะเบียนสมรสเมื่อสิบสองปีก่อน วันนี้ถูกใช้เพื่อจบมัน

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

เจ้าหน้าที่ยื่นเอกสารคืนให้

“ขอบคุณค่ะ”

วีเก็บเอกสารลงแฟ้มพลาสติกสีฟ้า ส่วนธนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทันที

“ฉันต้องเข้าออฟฟิศต่อ” เขาบอก “บ่ายนี้มีประชุม”

“อืม”

“เธอล่ะ”

“ลาครึ่งวัน”

“ก็ดี”

เขายืนขึ้น ขยับสายกระเป๋าสะพาย แล้วชะงักเหมือนนึกอะไรออก

“อ้อ ค่าส่วนกลางคอนโดเดือนนี้—”

“ฉันโอนให้แล้วเมื่อวาน”

“โอเค”

วีรอ

เธอไม่รู้ว่ารออะไร อาจเป็นคำขอบคุณ อาจเป็นคำขอโทษ หรือแค่คำพูดธรรมดาอย่าง ‘ดูแลตัวเองด้วยนะ’

แต่ธนาเพียงพยักหน้า

“งั้นไปก่อนนะ”

“อืม”

เขาเดินออกไป

วีมองตามแผ่นหลังที่คุ้นเคยมาสิบสองปีจนประตูกระจกปิดลง

ไม่มีเสียงเพลง ไม่มีใครร้องไห้ ไม่มีฉากวิ่งกลับมากอดกัน

มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ กับเจ้าหน้าที่ที่เรียกคู่ถัดไปเข้ามา

“เชิญหมายเลขสิบแปดค่ะ”

วีลุกขึ้น

เธออายุสามสิบเก้าปี หย่าร้าง ไม่มีลูก มีเงินเก็บที่พอจะอยู่ได้หลายเดือนถ้าตกงาน และมีงานประจำที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองยังชอบมันอยู่หรือเปล่า

นี่คือสถานะชีวิตของเธอ ณ เวลา 10.57 น. วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569

อีกสามนาทีจะสิบเอ็ดโมง

⁂

ด้านนอกสำนักงานเขต แดดกรุงเทพฯ ทำหน้าที่ของมันอย่างขยันขันแข็ง

วีเดินไปยืนใต้ร่มไม้ริมทางเท้าแล้วเปิดโทรศัพท์

มีข้อความจากหัวหน้า

พี่สมภพ: วี ไฟล์ forecast ที่ส่งมาเมื่อวาน ตัวเลข Q4 ทำไมไม่ตรงกับของ Finance

เธออ่านแล้วถอนหายใจ

เมื่อวานเธออธิบายเรื่องนี้ไปแล้วสองรอบ

รอบแรกทางอีเมล

รอบที่สองในห้องประชุม

ตัวเลขไม่ตรงกันเพราะฝ่าย Finance ใช้อัตราแลกเปลี่ยนคนละชุด ไม่ใช่เพราะเธอคำนวณผิด

วีพิมพ์ตอบ

ตามที่แจ้งเมื่อวานค่ะ ตัวเลขต่างกันเพราะ Finance ใช้ exchange rate คนละชุดกับที่ตกลงกันไว้ วีแนบ reconciliation ไว้ในไฟล์หน้า 3 แล้วค่ะ

เธออ่านทวน

ลบคำว่า ‘ตามที่แจ้งเมื่อวาน’ ออก

เปลี่ยนเป็น

ตัวเลขต่างกันเพราะ Finance ใช้ exchange rate คนละชุดค่ะ วีแนบ reconciliation ไว้ในไฟล์หน้า 3 แล้ว

กดส่ง

ไม่ถึงสิบวินาที ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา

พี่สมภพ: งั้นวีช่วยโทรไปอธิบายให้ Finance หน่อยนะ

วีมองหน้าจอ

วันนี้เธอลา

หัวหน้ารู้

เธอแจ้งลาล่วงหน้าสองสัปดาห์ และเขายังถามด้วยซ้ำว่าไปทำธุระอะไร

ตอนนั้นเธอตอบว่าเรื่องส่วนตัว

เขาไม่ถามต่อ แต่ฝากงานเพิ่มอีกสามอย่าง

นิ้วของวีเลื่อนไปที่ช่องพิมพ์

ได้ค่ะพี่

เธอพิมพ์จนจบแล้วหยุด

ลมร้อนพัดผ่านต้นไม้ ใบแห้งใบหนึ่งตกลงบนไหล่เสื้อ

เธอปัดมันออก

จากนั้นลบข้อความทั้งหมด

วันนี้วีลาครึ่งวันค่ะ พี่สมภพส่งไฟล์หน้า 3 ให้ Finance ได้เลยนะคะ ถ้ายังมีประเด็น วีจะตามให้วันจันทร์ค่ะ

กดส่ง

วีเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วเดินต่อ

เธอไม่ได้รู้สึกกล้าหาญอะไรนัก

แค่เหนื่อย

⁂

ร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่ห่างจากสำนักงานเขตไปประมาณสองร้อยเมตร

วีสั่งเส้นเล็กทุกอย่างไม่เครื่องใน

“พิเศษไหมจ๊ะ”

“ธรรมดาค่ะ”

เธอเลือกโต๊ะริมพัดลม

ระหว่างรออาหาร เธอเปิดแอปธนาคารดูยอดเงิน

248,731.42 บาท

นั่นคือเงินในบัญชีออมทรัพย์หลัก

ยังมีเงินฝากประจำอีกก้อน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมที่ซื้อไว้ตั้งแต่สมัยเริ่มทำงาน

ไม่ได้แย่

แต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่เธอเคยคิดว่าตัวเองควรจะเป็นเมื่ออายุใกล้สี่สิบ

วีเคยวางแผนชีวิตไว้อีกแบบ

ตอนอายุยี่สิบห้า เธอคิดว่าจะมีบ้านเป็นของตัวเองก่อนสามสิบ

ตอนอายุสามสิบ เธอคิดว่าจะเริ่มลงทุนจริงจัง

ตอนอายุสามสิบห้า เธอคิดว่าจะกลับไปเรียนต่อ

พออายุสามสิบเก้า เธอนั่งกินก๋วยเตี๋ยวคนเดียว หลังเซ็นใบหย่าได้ไม่ถึงชั่วโมง

“เส้นเล็กทุกอย่าง ไม่เครื่องใน!”

ชามก๋วยเตี๋ยวถูกวางตรงหน้า

“ขอบคุณค่ะ”

วีหยิบตะเกียบ

กินไปได้สองคำ โทรศัพท์ก็สั่น

คราวนี้เป็นธนา

นะ: เรื่องเครื่องดูดฝุ่น ถ้าเธอไม่เอาจริงๆ ฉันจะให้แม่ใช้

วีเคี้ยวลูกชิ้นจนหมดก่อนตอบ

วี: ตามสบาย

นะ: แล้วพวกกล่องเก็บของในห้องเก็บของ เธอจะมาเอาวันไหน

เธอวางตะเกียบ

วี: วันอาทิตย์ ฉันจะเข้าไปเอาของที่เหลือ

นะ: บ่ายสองได้ไหม เช้าฉันไม่อยู่

วี: ได้

นะ: แล้วอย่าลืมกุญแจสำรอง

วีมองข้อความสุดท้าย

กุญแจสำรอง

แน่นอน

สิบสองปีจบลงด้วยเครื่องดูดฝุ่น ค่าส่วนกลาง และกุญแจสำรอง

เธอปิดหน้าจอ

ก้มหน้ากินก๋วยเตี๋ยวต่อ

⁂

ตอนเดินออกจากร้าน วีเห็นแผงขายลอตเตอรี่ตั้งอยู่ข้างร้านขายยา

ปกติเธอไม่ค่อยซื้อลอตเตอรี่

ไม่ได้ต่อต้านอะไร เพียงแต่รู้สึกว่าเอาเงินไปซื้อกาแฟอร่อยๆ ยังเห็นผลชัดกว่า

แต่วันนี้เธอหยุดมอง

ป้ายวันที่ 16 ตุลาคม 2569 แขวนอยู่เหนือแผง

วีมองตัวเลข

16

10

26

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปเป๋าตัง

ลองค้นเลขหกหลัก

161026

มีสลากดิจิทัลเหลืออยู่ยี่สิบใบ

เธอเลิกคิ้ว

“เหลือเยอะเหมือนกันแฮะ”

ใบละแปดสิบบาท

ยี่สิบใบก็หนึ่งพันหกร้อยบาท

วีมองตัวเลขบนหน้าจอ

หนึ่งพันหกร้อยบาทสำหรับผู้หญิงที่เพิ่งหย่ามาหมาดๆ

เอาไปกินบุฟเฟต์ดีๆ ได้หนึ่งมื้อ

ซื้อรองเท้าลดราคาได้หนึ่งคู่

หรือซื้อความหวังที่มีโอกาสน้อยมากว่าจะเป็นจริงได้ยี่สิบใบ

เธอกดเลือกหนึ่งใบ

แล้วเปลี่ยนเป็นห้า

ลังเล

สุดท้ายกดครบยี่สิบ

“เอาวะ”

เธอพูดเบาๆ กับตัวเอง

ชำระเงินเรียบร้อย

ยอดเงินถูกหักไป 1,600 บาท

วีมองหน้าจอแล้วหัวเราะ

“หย่าทีเดียว เสียเงินอีกพันหก”

เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า

เดินไปขึ้นรถไฟฟ้า

และลืมเรื่องลอตเตอรี่ไปเกือบสนิท

⁂

บ่ายสองโมงสิบเจ็ดนาที

วีอยู่ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ใกล้คอนโดที่เพิ่งย้ายมาเช่า

ห้องใหม่ของเธอมีขนาดสามสิบสองตารางเมตร เล็กกว่าห้องเดิมเกือบครึ่ง แต่ไม่มีใครบ่นเวลาที่เธอเปิดไฟอ่านหนังสือตอนตีหนึ่ง

แค่นั้นก็คุ้มแล้ว

เธอสั่งอเมริกาโน่เย็นแล้วเปิดแล็ปท็อป

หน้าจอแสดงไฟล์ Excel ที่ยังทำค้างไว้

วีมองมันอยู่พักหนึ่ง ก่อนปิดลง

วันนี้ไม่ทำงาน

เธอเปิดเว็บไซต์ข่าวธุรกิจแทน แล้วไปสะดุดกับบทวิเคราะห์บริษัทไทยแห่งหนึ่งที่ราคาหุ้นร่วงลงเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ในรอบปี

นักวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อ

สมัยเรียน วีเคยทำรายงานวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนจนได้คะแนนสูงสุดของห้อง อาจารย์ถามว่าไม่คิดจะไปทำงานสายการเงินหรือ เธอตอบว่าคิด

แล้วก็ได้งานในบริษัทใหญ่ เงินเดือนดี สวัสดิการดี จากหนึ่งปีเป็นสามปี จากสามปีเป็นสิบปี

เธอเปิดรายงานประจำปีของบริษัทขึ้นมาอีกแท็บ

ดูงบกระแสเงินสด

แล้วขมวดคิ้ว

“เดี๋ยวนะ”

เธอหยิบกระดาษทิชชูมาเขียนตัวเลขสองสามตัว

ยอดขายเพิ่ม

กำไรเพิ่ม

แต่เงินสดจากการดำเนินงานกลับลดลงต่อเนื่อง

ลูกหนี้การค้าเพิ่มเร็วกว่ารายได้

“แล้วแนะนำซื้อเพราะอะไรเนี่ย”

อาจมีเหตุผลบางอย่างที่เธอยังไม่เห็น

แต่มือของเธอเขียนตัวเลขลงทิชชูแผ่นที่สองไปแล้ว

โทรศัพท์สั่น

พั้นช์: พี่วี วันนี้โอเคไหม

พั้นช์เป็นรุ่นน้องที่ทำงาน อยู่ทีมเดียวกับเธอมาสามปี และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่าเธอกำลังจะหย่า

วี: เรียบร้อยแล้ว

พั้นช์: ร้องไห้ไหม

วีลองคิด

ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ร้องไห้เลย

วี: ยัง

พั้นช์: เก่งมากพี่

วี: ไม่เกี่ยวกับเก่งหรอก ยังไม่รู้สึกอยากร้อง

พั้นช์: งั้นคืนนี้ไปกินหมูกระทะไหม

วี: ไม่เอา วันนี้อยากอยู่คนเดียว

พั้นช์: ได้ ถ้าเปลี่ยนใจบอกนะ

พั้นช์ส่งสติกเกอร์แมวนอนหงายมาให้

วีอมยิ้ม

แล้วกลับไปอ่านงบการเงินต่อ

⁂

เวลา 16.28 น.

วีเพิ่งสังเกตว่าเธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟมาเกือบสองชั่วโมง

กาแฟละลายจนจืด

กระดาษทิชชูบนโต๊ะมีตัวเลขเต็มไปหมด

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อดูเวลา

มีการแจ้งเตือนจากแอปข่าว

อีกสองนาทีจะประกาศผลสลากกินแบ่งรัฐบาล

วีมองข้อความ

นึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนเที่ยงซื้อลอตเตอรี่ไว้

“อ้อ”

เธอเปิดแอปเป๋าตัง

เลข 161026 ปรากฏอยู่ในรายการสลากของเธอ

ยี่สิบใบ

วีมองเลขแล้วส่ายหน้าให้ตัวเอง

“ซื้อไปได้ไงตั้งยี่สิบใบ”

เธอวางโทรศัพท์ไว้ข้างแล็ปท็อป

หันกลับไปดูงบการเงิน

หนึ่งนาทีผ่านไป

เสียงเครื่องชงกาแฟดังจากหลังเคาน์เตอร์

ลูกค้าโต๊ะข้างๆ คุยโทรศัพท์เรื่องรถติด

เด็กนักเรียนสองคนกำลังแบ่งเค้กชิ้นเดียวกัน

ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

จนกระทั่งโทรศัพท์ของวีสั่น

เธอเหลือบมอง

การแจ้งเตือนผลสลากกินแบ่งรัฐบาลปรากฏบนหน้าจอ

รางวัลที่ 1

161026

วีมองตัวเลข

แล้วมองอีกครั้ง

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เปิดรายการสลากที่ซื้อไว้

161026

เธอสลับกลับไปดูผลรางวัล

161026

กลับมาดูสลาก

161026

วีวางโทรศัพท์ลง

หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาดื่ม

กาแฟจืดสนิท

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง

กดตรวจรางวัลผ่านระบบ

หน้าจอแสดงผลว่าถูกรางวัลที่หนึ่ง

จำนวนยี่สิบใบ

วีไม่ขยับ

เธอรู้ว่ารางวัลที่หนึ่งใบละหกล้านบาท

เธอทำงานกับตัวเลขทุกวัน

คูณหกกับยี่สิบไม่ใช่เรื่องยาก

แต่สมองของเธอกลับปฏิเสธที่จะทำงานง่ายๆ ชิ้นนี้

เธอเปิดเครื่องคิดเลข

พิมพ์

6,000,000 × 20

กดเท่ากับ

120,000,000 บาท

วีจ้องหน้าจอ

เธอลองนับเลขศูนย์

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด

นับใหม่

หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด

“เชี่ย”

เสียงเบามาก

เบาจนคนโต๊ะข้างๆ ไม่ได้ยิน

เธอรีบล็อกหน้าจอ

มองซ้าย

มองขวา

ไม่มีใครสนใจเธอ

วีเปิดโทรศัพท์อีกครั้ง

ตรวจเลขใหม่

ตรง

ตรวจอีกครั้ง

ก็ยังตรง

เธอเข้าเว็บไซต์ตรวจผลรางวัลอีกแห่งเพื่อยืนยัน

ตรงอีก

หัวใจเริ่มเต้นแรงจนรู้สึกได้ที่ลำคอ

เธอวางมือทั้งสองข้างบนโต๊ะ

พยายามคิดว่าควรทำอะไรต่อ

โทรหาแม่?

ไม่ได้

โทรหาพั้นช์?

ไม่ได้

โทรหาใครสักคน?

เธอไม่อยากโทรหาใครเลย

อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้

วีมองตัวเลขบนหน้าจออีกครั้ง

หนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท

เมื่อเช้าเธอเพิ่งเซ็นใบหย่า

เมื่อเที่ยงเธอเสียเงินหนึ่งพันหกร้อยบาท

ตอนบ่ายเธอนั่งอ่านงบการเงินบริษัทที่ไม่รู้จัก

และตอนนี้—

“พี่คะ”

วีสะดุ้ง

พนักงานร้านกาแฟยืนอยู่ข้างโต๊ะ

“ขอโทษนะคะ ร้านจะปิดห้าโมงค่ะ”

วีมองนาฬิกา

16.51 น.

เธอใช้เวลายี่สิบนาทีนั่งตรวจลอตเตอรี่

“อ๋อ ค่ะ ขอโทษที”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

วีรีบเก็บแล็ปท็อป

ยัดกระดาษทิชชูที่เขียนตัวเลขลงกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว

เธอเดินออกจากร้าน

ข้างนอกฝนเริ่มตก

เม็ดฝนใหญ่ๆ กระแทกพื้นทางเท้าจนเกิดกลิ่นฝุ่นเปียก

วีหยุดอยู่ใต้ชายคา

มองรถที่แล่นผ่านไป

เธอเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้ร้องไห้เลยตลอดทั้งวัน

แต่ตอนนี้น้ำตากลับไหลออกมา

ไม่มาก

แค่สองสามหยด

วีใช้หลังมือเช็ดแก้ม

โทรศัพท์สั่น

ข้อความจากธนา

นะ: วันอาทิตย์อย่าลืมมาเอาของนะ ฉันจะได้จัดห้องใหม่

วีอ่าน

แล้วตอบกลับ

วี: ไม่ลืม

เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า

ฝนยังตกอยู่

วีมองออกไปบนถนน ก่อนหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง

“เออ จัดไปเถอะ”

เธอเดินฝ่าสายฝนไปเรียกแท็กซี่

ในกระเป๋ามีใบหย่าหนึ่งชุด แล็ปท็อปหนึ่งเครื่อง และโทรศัพท์ที่มีสลากดิจิทัลถูกรางวัลหนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท

คนขับแท็กซี่ลดกระจกลง

“ไปไหนครับ”

วีบอกชื่อคอนโด

“ขึ้นมาเลยครับ”

เธอขึ้นรถแล้วปิดประตู

“ฝนตกหนักนะครับวันนี้” คนขับชวนคุย

“ค่ะ”

“รถก็ติดอีก”

“ค่ะ”

“ไปทางด่วนไหมครับ”

วีมองถนนข้างหน้า

ตามปกติเธอจะลังเล

ค่าทางด่วนอีกไม่กี่สิบบาท ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่อยากเสีย

แต่วันนี้เธอตอบทันที

“ขึ้นค่ะ”

รถเคลื่อนออกไปช้าๆ

วีเอนหลังพิงเบาะ มองสายฝนที่ไหลลงกระจก

“วันนี้วันศุกร์ใช่ไหมครับ” คนขับถาม

“ค่ะ”

“ฝนตกแบบนี้ รถติดถึงสองทุ่มแน่”

วีพยักหน้า

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแอปเป๋าตังอีกครั้ง

เลข 161026 ยังอยู่ตรงนั้น

ยี่สิบใบ

เธอปิดแอป

ผ่านไปไม่ถึงนาที ก็เปิดขึ้นมาดูใหม่

คนขับเหลือบมองกระจกหลัง

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เปล่าค่ะ”

“เห็นคุณยิ้มคนเดียว”

วีรีบหุบยิ้ม

“นึกถึงเรื่องตลกนิดหน่อยค่ะ”

“อ๋อ”

รถขยับไปได้อีกสามเมตร

วีมองตัวเลขบนหน้าจออีกครั้ง ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าธนาถามเรื่องเครื่องดูดฝุ่น

เธอเกือบหัวเราะออกมาอีกรอบ

สิบสองปีที่ผ่านมา เธอเถียงกับเขาเรื่องเงินค่าอาหาร ค่าซ่อมรถ และค่าใช้จ่ายในบ้านไม่รู้กี่ครั้ง

แต่วันนี้เธอยอมยกเครื่องดูดฝุ่นให้เขาโดยไม่คิดอะไรเลย

เธอเปิดแอปส่งอาหาร ดูร้านที่อยู่ใกล้คอนโด

เลื่อนอยู่พักใหญ่

สุดท้ายเลือกข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาว

กดสั่ง

แล้วนั่งมองหน้าจอ

ค่าส่ง 39 บาท

วีขมวดคิ้ว

“แพงจังวะ”