thatwhy reads

สิบเอ็ดโมง วันนั้นฉันหย่า · ตอนที่ 4 · ตัวเลขไม่เคยโกหก แต่คนทำได้

โดย ทองกัลย์

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569

วีเดินเข้าบริษัทพร้อมกาแฟหนึ่งแก้วที่ไม่ได้ซื้อเอง

“อเมริกาโน่เย็น ไม่หวานค่ะ”

พั้นช์ยื่นแก้วให้ด้วยสีหน้าภูมิใจ

“ขอบใจจ้ะ”

“หนูสั่งตั้งแต่พี่อยู่ในลิฟต์”

“รู้ได้ไงว่าพี่อยู่ในลิฟต์”

“พี่ส่งข้อความมาว่าถึงแล้ว”

“อ๋อ”

พั้นช์มองหน้าเธอ

“พี่โอเคไหม”

วีถอนหายใจ

“ถ้ามีคนถามอีกที ฉันอาจเริ่มไม่โอเค”

“โอเคค่ะ ไม่ถามแล้ว”

ทั้งคู่เดินผ่านประตูกระจกเข้าไปในออฟฟิศ

วีไม่ได้มาทำงานวันจันทร์ด้วยความรู้สึกเหมือนคนถูกลอตเตอรี่หนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท

เธอมาด้วยความรู้สึกเหมือนคนที่รู้ว่ามีงานค้างอยู่สิบเอ็ดข้อ และเจ้านายอาจเพิ่มเป็นสิบห้าข้อก่อนเก้าโมง

ซึ่งน่ากลัวกว่าในบางแง่

“พี่สมภพมาแล้วนะ” พั้นช์กระซิบ

วีดูนาฬิกา

แปดโมงยี่สิบ

“มาเช้าจัง”

“เขาบอกว่ามีประชุมด่วน”

“กับใคร”

“ไม่รู้ค่ะ”

“แล้วด่วนเรื่องอะไร”

“ไม่รู้เหมือนกัน”

วีหันมามอง

“พั้นช์”

“คะ”

“นี่เธอรู้อะไรบ้าง”

“รู้ว่าพี่สมภพมาแล้วค่ะ”

วีหัวเราะ

“ดี อย่างน้อยก็มีข้อมูลที่ยืนยันได้หนึ่งอย่าง”

⁂

วีเปิดคอมพิวเตอร์

อีเมลฉบับแรกที่เด้งขึ้นมาเป็นของสมภพ

ส่งเมื่อ 07:46

หัวข้อ

RE: URGENT — Q4 Forecast Revision

ข้อความมีเพียงสองบรรทัด

Please update the latest version before the management meeting.

Need this ASAP.

วีเปิดไฟล์แนบ

ชื่อไฟล์

Q4_Forecast_Final_v8_Updated_FINAL2.xlsx

เธอมองชื่อไฟล์อยู่ครู่หนึ่ง

“ไฟนอลสอง”

พั้นช์เงยหน้าจากโต๊ะข้างๆ

“อะไรคะ”

“ไม่มีอะไร”

วีเปิดไฟล์

Excel ใช้เวลาคำนวณประมาณสิบวินาที

แล้วมีข้อความเตือน

This workbook contains links to one or more external sources.

วีคลิกไม่ให้อัปเดตลิงก์ก่อน

เธออยากเห็นตัวเลขตามที่ไฟล์ถูกส่งมา ไม่ใช่ตัวเลขที่เปลี่ยนทันทีเมื่อเปิด

จากนั้นเปิดไฟล์เวอร์ชันที่ทีมส่งให้สมภพเมื่อวันพฤหัสบดี

วางสองไฟล์ข้างกัน

พั้นช์เดินมาหา

“พี่จะเริ่มตรงไหนก่อน”

“ดูว่าเขาแก้อะไรไปแล้วบ้าง”

“เขาแก้เองด้วยเหรอ”

“นั่นแหละที่อยากรู้”

วีใช้ฟังก์ชันเปรียบเทียบสูตรกับค่าในตารางหลัก

ตัวเลขยอดขายรวมเปลี่ยนไป

จาก 428.6 ล้านบาท เป็น 463.8 ล้านบาท

เพิ่มขึ้น 35.2 ล้านบาท

แต่รายละเอียดตามช่องทางยังรวมได้ 428.6 ล้านบาทเหมือนเดิม

วีขยับเมาส์กลับไปดูอีกครั้ง

“พั้นช์”

“คะ”

“ยอดขายรวมเพิ่มขึ้นสามสิบห้าล้าน”

“ดีสิคะ”

“ดี ถ้ามีใครขายได้จริง”

พั้นช์ขยับเก้าอี้เข้ามา

“หมายความว่าไง”

วีชี้ให้ดู

“นี่คือยอดขายรายช่องทาง รวมกันได้สี่ร้อยยี่สิบแปดล้านหก”

“ค่ะ”

“แต่ช่องยอดรวมข้างบนเป็นสี่ร้อยหกสิบสามล้านแปด”

“อ้าว”

“อ้าวเหมือนกัน”

พั้นช์จ้องหน้าจอ

“สูตรผิดเหรอ”

วีคลิกเซลล์ยอดรวม

แถบสูตรด้านบนแสดงตัวเลข

463800000

ไม่มีเครื่องหมายเท่ากับ

ไม่มี SUM

ไม่มีสูตรอะไรเลย

มีแต่ตัวเลขที่ถูกพิมพ์ลงไป

พั้นช์เงียบไปครู่หนึ่ง

“ใครพิมพ์คะ”

วีมองเธอ

“คำถามดี”

⁂

แปดโมงสี่สิบห้า

สมภพเดินออกจากห้องทำงาน

เขาเป็นผู้ชายวัยห้าสิบต้นๆ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงสีกรมท่า

ผมเรียบ

รองเท้าขัดมัน

มือถือสองเครื่อง

และมีความสามารถพิเศษในการเดินผ่านโต๊ะลูกน้องโดยทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิด

“วี”

“ค่ะพี่”

“ไฟล์เสร็จหรือยัง”

“กำลังตรวจค่ะ”

“ประชุมเก้าโมงครึ่งนะ”

“ทราบค่ะ”

“ผมส่งเมลตั้งแต่วันเสาร์แล้ว”

วีเงยหน้าขึ้น

“พี่ส่งวันอาทิตย์ตอนตีหนึ่งค่ะ”

สมภพหยุด

“ก็ประมาณนั้น”

พั้นช์ก้มหน้าทันที

วีพูดต่อ

“มีตัวเลขที่ต้องตรวจสอบก่อนค่ะ”

“ตัวเลขอะไร”

“ยอดขายรวมในไฟล์ล่าสุดสูงกว่ายอดแยกช่องทางสามสิบห้าจุดสองล้าน”

สมภพมองหน้าจอ

“อ๋อ อันนั้น”

วีรอ

“ผมปรับเอง”

“ปรับจากข้อมูลไหนคะ”

“จากที่คุยกับฝ่ายขาย”

“มีไฟล์หรืออีเมลยืนยันไหมคะ”

สมภพขมวดคิ้ว

“ทำไม”

“จะได้ใส่แหล่งข้อมูลไว้ค่ะ”

“ไม่ต้องละเอียดขนาดนั้นก็ได้”

วีมองเขา

“แต่ตัวเลขนี้จะเข้าประชุมผู้บริหารนะคะ”

“ผมรู้”

“งั้นขอข้อมูลที่รองรับตัวเลขหน่อยค่ะ”

สมภพหันไปมองพั้นช์ที่นั่งตัวแข็งอยู่ข้างๆ

“พั้นช์ ช่วยไปตามฝ่ายขายให้หน่อย”

“ค่ะ”

พั้นช์รีบลุก

สมภพหันกลับมาหาวี

“คุณช่วยทำให้เสร็จก่อนประชุมได้ไหม”

“ถ้าได้ข้อมูลทันค่ะ”

“ผมไม่อยากให้ทีมเราดูไม่พร้อม”

วีพยักหน้า

“วีก็เหมือนกันค่ะ”

เขามองเธออีกครั้ง ก่อนเดินกลับเข้าห้อง

พั้นช์ที่ยังไม่ทันเดินพ้นโต๊ะหันมาทำตาโต

วีหยิบกาแฟขึ้นดื่ม

น้ำแข็งยังไม่ละลายมาก

ดี

⁂

เก้าโมงห้านาที

ฝ่ายขายส่งไฟล์มา

เป็นตารางคาดการณ์ยอดขายของไตรมาสสี่

วีเปิดดู

ตัวเลขเพิ่มเติม 35.2 ล้านบาทอยู่ในแถวชื่อ

Potential Upside — Pending Confirmation

เธออ่านหมายเหตุด้านข้าง

Subject to customer contract execution.

วีเลื่อนลงไปดูรายชื่อลูกค้า

มีสามราย

สองรายยังเจรจาราคา

อีกรายอยู่ระหว่างร่างสัญญา

ยังไม่มีรายไหนยืนยันคำสั่งซื้อ

พั้นช์มองหน้าจอ

“พี่สมภพเอาตัวนี้ไปรวม?”

“ดูเหมือนจะใช่”

“แต่เขาเขียนว่ารอยืนยัน”

“อืม”

“แล้วมันนับเป็นยอดขายได้เหรอ”

“ถ้าเป็นการคาดการณ์ก็ใส่เป็นโอกาสเพิ่มเติมได้ แต่ต้องแยกจากยอดฐาน แล้วบอกเงื่อนไขให้ชัด”

วีเปิดชีตใหม่

สร้างตารางสามแถว

ยอดคาดการณ์ฐาน 428.6 ล้านบาท

โอกาสเพิ่มเติมที่ยังไม่ยืนยัน 35.2 ล้านบาท

กรณีรวมโอกาสเพิ่มเติม 463.8 ล้านบาท

เธอใส่หมายเหตุและอ้างอิงไฟล์ฝ่ายขาย

พั้นช์มอง

“แบบนี้ดีกว่า”

“อย่างน้อยคนอ่านจะรู้ว่าตัวเลขไหนมาจากอะไร”

“แล้วถ้าพี่สมภพไม่ชอบ”

วีบันทึกไฟล์

“ก็ให้เขาบอกว่าไม่ชอบตรงไหน”

⁂

เก้าโมงสิบแปด

สมภพเดินกลับมา

“ได้หรือยัง”

“ได้แล้วค่ะ”

วีหมุนจอให้ดู

เขาก้มลงอ่าน

“ทำไมแยกเป็นสามแถว”

“เพราะสามสิบห้าจุดสองล้านยังเป็นโอกาสที่รอยืนยันค่ะ”

“แต่ผมอยากให้ผู้บริหารเห็นยอดเต็ม”

“เห็นได้ค่ะ อยู่แถวล่างสุด”

“แล้วทำไมไม่เอาแถวล่างสุดขึ้นไปเป็นยอดหลัก”

วีเงียบไปหนึ่งวินาที

“เพราะมันยังไม่ใช่ยอดหลักค่ะ”

สมภพถอนหายใจ

“วี คุณต้องเข้าใจภาพใหญ่”

“ค่ะ”

“ผู้บริหารอยากเห็นว่าเรามีโอกาสโต”

“ค่ะ”

“ถ้าเราใส่แค่สี่ร้อยยี่สิบแปดล้าน มันดูไม่ดี”

วีพยักหน้า

“งั้นเราควรอธิบายว่าโอกาสโตอีกสามสิบห้าล้านมาจากไหนค่ะ”

“มันก็เรื่องเดียวกัน”

“ไม่เหมือนกันค่ะพี่”

พั้นช์หันหน้าหนีไปทางหน้าต่าง

สมภพยืดตัวขึ้น

“คุณกำลังเถียงผมหรือเปล่า”

วีมองเขา

“กำลังอธิบายตัวเลขค่ะ”

ความเงียบเกิดขึ้นตรงโต๊ะทำงาน

พนักงานอีกสองคนที่อยู่ใกล้ๆ เริ่มพิมพ์คีย์บอร์ดดังขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ

สมภพมองวี

“ผมเป็นคนรับผิดชอบรายงานนี้”

“ค่ะ”

“ถ้ามีปัญหา ผมรับเอง”

วีพยักหน้า

“ถ้าพี่ต้องการใช้ยอดรวมเป็นตัวเลขหลัก วีขอให้ระบุว่าเป็นกรณีรวมโอกาสที่ยังไม่ยืนยัน และเก็บรายละเอียดประกอบไว้ในไฟล์ค่ะ”

สมภพนิ่งไป

“คุณทำเหมือนผมจะไปหลอกใคร”

วีตอบทันที

“วีไม่ได้พูดอย่างนั้นค่ะ”

เขามองเธออยู่พักหนึ่ง

ก่อนพูดเสียงต่ำ

“ส่งไฟล์ให้ผม”

“ค่ะ”

สมภพเดินกลับห้อง

พั้นช์หันมาช้าๆ

“พี่วี”

“อะไร”

“หนูไม่ได้หายใจเลยเมื่อกี้”

วีมองเธอ

“หายใจได้แล้ว เดี๋ยวเป็นลม”

พั้นช์หัวเราะออกมา

แต่หัวเราะได้ไม่เต็มเสียง

“พี่ไม่กลัวเหรอ”

วีมองประตูห้องสมภพ

“กลัวสิ”

“จริง?”

“กลัวเขาเอาไฟล์ผิดไปประชุม”

พั้นช์หลุดหัวเราะ

⁂

เก้าโมงยี่สิบห้า

วีส่งไฟล์ให้สมภพทางอีเมล

หัวข้อ

Q4 Forecast — Base and Upside Scenarios

เธอแนบไฟล์ Excel และเขียนสั้นๆ ว่า

The base forecast is THB 428.6 million. An additional THB 35.2 million remains subject to customer confirmation. Both scenarios are shown separately in the attached file.

เธอใส่พั้นช์ไว้ในสำเนา เพราะพั้นช์เป็นคนช่วยรวบรวมข้อมูล

ไม่ได้ใส่ผู้บริหาร

ไม่ได้ใส่ฝ่ายขายเพิ่ม

และไม่ได้เขียนอะไรเกี่ยวกับการที่สมภพเคยแก้ยอดรวมเอง

วีอ่านทวนแล้วกดส่ง

จากนั้นเธอก็กลับไปทำงานอื่น

สิบโมงกว่าๆ พั้นช์เดินมาหา

“พี่สมภพเข้าประชุมไปแล้ว”

“อืม”

“หนูเห็นเขาถือโน้ตบุ๊กไป”

“ก็ดี”

“พี่คิดว่าเขาจะใช้ไฟล์ไหน”

วีเงยหน้า

“ไม่รู้”

“ไม่อยากรู้เหรอ”

“อยาก”

“แล้วทำไง”

“รอให้เขากลับมา”

พั้นช์ทำหน้าไม่ถูกใจคำตอบ

“หนูนึกว่าพี่จะมีแผน”

วีหัวเราะ

“ชีวิตจริงมันไม่มีแผนทุกเรื่องหรอก”

⁂

สิบเอ็ดโมงยี่สิบ

ประตูห้องประชุมเปิด

ผู้บริหารทยอยเดินออกมา

สมภพเดินตามหลัง

สีหน้าเขาไม่ดีนัก

พั้นช์แอบมองผ่านจอคอมพิวเตอร์

วีไม่มอง

เธอกำลังตรวจรายการค่าใช้จ่ายของเดือนก่อน

สมภพเดินมาหยุดที่โต๊ะ

“วี”

“ค่ะ”

“เข้ามาคุยกับผมหน่อย”

พั้นช์เงยหน้าทันที

วีบันทึกไฟล์ ปิดหน้าจอ แล้วลุกขึ้น

“ค่ะ”

⁂

ห้องทำงานสมภพมีกระจกสามด้าน

มองออกมาเห็นพนักงานเกือบทั้งแผนก

แต่คนข้างนอกไม่ได้ยินว่าข้างในพูดอะไร

สมภพนั่งลง

วีเลือกเก้าอี้ตรงข้าม

เขาเปิดโน้ตบุ๊ก

“ผู้บริหารถามเรื่องสามสิบห้าล้าน”

วีพยักหน้า

“ค่ะ”

“เขาถามว่าทำไมมันยังไม่ยืนยัน”

“แล้วพี่ตอบว่าไงคะ”

“ก็บอกว่ารอฝ่ายขาย”

“ค่ะ”

สมภพมองเธอ

“เขาบอกว่าคราวหน้าต้องแยกตัวเลขให้ชัดตั้งแต่แรก”

วีไม่ได้พูดอะไร

สมภพถอนหายใจ

“ทำไมคุณไม่บอกผมก่อน”

วีมองเขา

“วีบอกเมื่อเช้าแล้วค่ะ”

“หมายถึงก่อนหน้านั้น”

“ไฟล์ที่ทีมส่งวันพฤหัสฯยังเป็นยอดสี่ร้อยยี่สิบแปดล้านหกค่ะ ตัวเลขสามสิบห้าล้านเพิ่งมาอยู่ในไฟล์ที่พี่ส่งเช้านี้”

สมภพขยับตัว

“ผมจำไม่ได้ว่าผมแก้ตรงไหน”

วีพยักหน้า

“ค่ะ”

“คุณจะพูดอะไรอีกไหม”

“ไม่มีค่ะ”

เขามองเธออย่างระแวง

“ไม่มีจริง?”

“ค่ะ”

สมภพเอนหลัง

“ผมอยากให้คุณเข้าใจนะ ว่าการทำงานระดับนี้ บางครั้งเราต้องมองภาพรวม ไม่ใช่จับผิดรายละเอียด”

วีฟังจนจบ

แล้วถาม

“พี่อยากให้วีแก้ขั้นตอนการทำ Forecast ตรงไหนบ้างคะ”

สมภพขมวดคิ้ว

“อะไรนะ”

“ถ้าเราต้องการให้ข้อมูลพร้อมก่อนประชุม วีคิดว่าเราควรกำหนดวันตัดยอด และแยกยอดที่ยืนยันแล้วออกจากโอกาสเพิ่มเติมตั้งแต่ฝ่ายขายส่งข้อมูลมา”

เขามองเธอ

“คุณกำลังจะเสนอให้เปลี่ยนกระบวนการ?”

“ค่ะ”

“ตอนนี้?”

“ถ้าพี่สะดวกค่ะ”

สมภพถอนหายใจยาว

“ไว้ก่อน”

“ได้ค่ะ”

วีลุกขึ้น

“เดี๋ยวค่ะ”

เธอหยุด

“เรื่องที่คุณลาวันศุกร์”

วีหันกลับมา

“ค่ะ”

“ผมรู้ว่าคุณมีธุระส่วนตัว”

“ค่ะ”

“แต่ช่วงนี้งานเยอะ ทุกคนต้องช่วยกัน”

วีมองเขา

“วันศุกร์วีลาครึ่งวันและส่งงานที่ตกลงกันไว้ก่อนออกค่ะ”

“ผมไม่ได้ว่าอะไร”

“ค่ะ”

“แค่เตือน”

วีพยักหน้า

“รับทราบค่ะ”

เธอเดินออกจากห้อง

⁂

พั้นช์รออยู่หน้าจอเหมือนเดิม

แต่ทันทีที่วีเดินมาถึง เธอก็หมุนเก้าอี้

“เป็นไง”

“ยังมีงานทำอยู่”

“พี่!”

วีหัวเราะ

“เขาว่าอะไร”

“เขาบอกว่าคราวหน้าต้องทำข้อมูลให้ชัด”

พั้นช์อ้าปาก

“แต่—”

“รู้แล้ว”

“เขาเป็นคน—”

“รู้”

“แล้วพี่ไม่บอกเหรอ”

“บอกไปแล้วเมื่อเช้า”

พั้นช์มองวีอย่างไม่เข้าใจ

“ทำไมพี่ใจเย็นจัง”

วีคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เธอไม่แน่ใจเหมือนกัน

อาจเพราะเมื่อคืนเธอนอนเต็มอิ่ม

อาจเพราะได้กินข้าวที่บ้านแม่

หรืออาจเพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เธอไม่รู้สึกว่าการไม่ถูกใจเจ้านายจะทำให้ชีวิตพัง

แต่เธอไม่ได้พูดเรื่องนั้น

“เพราะหิว”

พั้นช์หัวเราะ

“ไปกินข้าวกัน”

⁂

หลังอาหาร วีเดินกลับออฟฟิศช้ากว่าปกติ

โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่น

เป็นข้อความจากมิว

“เจ๊ พรุ่งนี้ร้านกาแฟสะดวกบ่ายสองนะ”

วีอ่านแล้วตอบ

“ฉันมีงาน”

มิวส่งกลับทันที

“เจ๊บอกว่าจะพยายามมา”

“พยายามไม่ได้แปลว่ารับปาก”

“โห”

วีหัวเราะ

ก่อนพิมพ์เพิ่ม

“ถ้าไปไม่ได้ แกอัดวิดีโอมาให้ดู”

มิวส่งรูปยกนิ้ว

เธอเก็บโทรศัพท์

กำลังจะเดินเข้าตึก ก็มีสายเข้าจากหมายเลขที่ไม่คุ้น

วีรับ

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ ขอเรียนสายคุณมนัสวีครับ”

“พูดอยู่ค่ะ”

“ผมโทรจากธนาคารครับ เรื่องที่คุณสอบถามไว้เกี่ยวกับการรับเงินจำนวนมาก”

วีหยุดเดิน

เธอเคยกรอกแบบฟอร์มขอให้ธนาคารติดต่อกลับเมื่อคืนวันศุกร์ โดยระบุเพียงว่าต้องการสอบถามเรื่องการรับเงินก้อนใหญ่และการเปิดบัญชีเพิ่มเติม

“ค่ะ”

“สะดวกคุยสักครู่ไหมครับ”

วีมองประตูตึก

“ขอทราบชื่อกับแผนกก่อนค่ะ”

ปลายสายบอกชื่อและหน่วยงาน

วีจดไว้ในโทรศัพท์

“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวฉันโทรกลับผ่านเบอร์ธนาคารโดยตรงนะคะ”

ปลายสายเงียบไปนิดหนึ่ง

“ได้ครับ”

วีวางสาย

เธอไม่ได้คิดว่าเขาเป็นมิจฉาชีพ

แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องรีบเชื่อคนที่โทรเข้ามา

เธอเปิดแอปธนาคาร ดูเบอร์ติดต่อจากช่องทางทางการ แล้วโทรไปสอบถาม

พนักงานรับสายตรวจสอบข้อมูล ก่อนยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับตามคำขอจริง

วีจึงขอให้ประสานนัดหมายใหม่

เธอไม่บอกจำนวนเงิน

ไม่บอกที่มาของเงิน

เพียงขอข้อมูลว่าหากจะนำเงินก้อนใหญ่เข้าบัญชี ควรเตรียมเอกสารอะไร และต้องนัดหมายสาขาล่วงหน้าหรือไม่

พนักงานอธิบายขั้นตอนเบื้องต้น และเสนอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องติดต่อกลับ

วีจดชื่อแผนกกับหมายเลขอ้างอิงไว้

พอวางสาย เธอมองเวลาบนหน้าจอ

สิบสองนาฬิกาห้าสิบเจ็ดนาที

เหลืออีกสามนาทีก่อนหมดพักเที่ยง

วีเดินเข้าตึก

⁂

บ่ายสองโมงสิบห้า

สมภพส่งข้อความในแชตทีม

Thanks everyone for the effort this morning. Management appreciates the revised forecast.

พั้นช์หันมามองวี

วีอ่านแล้วกดเครื่องหมายรับทราบ

พั้นช์พิมพ์ข้อความส่วนตัวมาหา

“Management appreciates ใครคะ”

วีตอบ

“ทุกคนไง”

“รวมคนที่พิมพ์ยอดเองด้วยเหรอ”

วีเกือบสำลักน้ำ

เธอรีบปิดแชต

⁂

บ่ายสามโมง

วีได้รับอีเมลจากฝ่ายขาย

หัวข้อ

Clarification on Q4 Upside Opportunities

ฝ่ายขายยืนยันว่าตัวเลข 35.2 ล้านบาทยังไม่ควรถูกนับรวมเป็นยอดฐาน เพราะขึ้นอยู่กับการลงนามสัญญาของลูกค้า

วีส่งต่อให้สมภพ

ข้อความสั้นๆ

For reference, Sales has confirmed the status of the additional THB 35.2 million.

เธอไม่ได้เขียนว่า ตามที่วีบอก

แม้อยากเขียนอยู่บ้าง

⁂

สี่โมงครึ่ง

วีปิดงานประจำวันได้เกือบหมด

เธอเปิดสมุดปกแข็งที่พกมาด้วย

ในหน้ารายการสิ่งที่ต้องทำ มีเรื่องการรับเงินรางวัลอยู่บรรทัดแรก

เธอเขียนเพิ่ม

นัดหมายธนาคาร

ตรวจสอบขั้นตอนรับรางวัลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เตรียมเอกสาร

จากนั้นหยุดปากกา

เธอนึกถึงการประชุมตอนเช้า

ตัวเลข 35.2 ล้านบาทที่ยังไม่มีใครขายได้จริง แต่เกือบถูกนำไปแสดงเหมือนเป็นยอดที่แน่นอน

วีเปิดหน้าใหม่ของสมุด

เขียนหัวข้อ

เงินที่มีอยู่จริง

แล้วเขียนยอดเงินในบัญชีที่ตรวจล่าสุด

248,731.42 บาท

เธอจ้องตัวเลข

ก่อนนึกได้ว่าตั้งแต่วันศุกร์เธอจ่ายค่าของ ค่ารถ ค่าอาหาร และค่าอื่นๆ ไปอีกหลายรายการ

ยอดนี้ไม่ใช่ยอดปัจจุบันแล้ว

วีขีดเส้นทับเบาๆ

“เห็นไหม”

เธอพึมพำกับตัวเอง

“ตัวเลขยังต้องอัปเดตเลย”

⁂

ห้าโมงสิบ

วีเดินออกจากบริษัท

พั้นช์เดินมาส่งที่ลิฟต์

“พี่วี”

“ว่าไง”

“วันนี้พี่สุดยอดมาก”

วีหัวเราะ

“ตรงไหน”

“พี่กล้าพูดกับพี่สมภพ”

“ก็พูดเรื่องงาน”

“ปกติพี่ไม่พูด”

วีมองเธอ

“ปกติฉันพูดนะ”

“พูดกับหนู”

วีหัวเราะ

“จริง”

พั้นช์ยิ้ม

“หนูอยากทำได้บ้าง”

วีคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เริ่มจากเก็บข้อมูลให้ครบก่อน”

“แล้ว?”

“แล้วพูดเฉพาะเรื่องที่เรารู้จริง”

“แค่นั้น?”

“แล้วก็ต้องยอมรับด้วยว่าบางครั้งพูดถูกก็ยังโดนด่า”

พั้นช์ทำหน้าเหยเก

“ฟังแล้วไม่อยากทำเลย”

“งั้นค่อยๆ ฝึก”

ประตูลิฟต์เปิด

วีเดินเข้าไป

ก่อนประตูปิด พั้นช์ยกแก้วกาแฟเปล่าขึ้น

“พรุ่งนี้เอาอีกไหม”

“ไม่ต้องซื้อให้ทุกวัน”

“หนูเลี้ยงได้”

“เก็บเงินไว้เถอะ”

“พี่ก็พูดอย่างนี้ตลอด”

วีหัวเราะ

ประตูลิฟต์ปิด

⁂

เย็นวันนั้น วีกลับถึงคอนโดเร็วกว่าปกติ

เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้า แล้วเปิดแล็ปท็อป

ไม่ได้เปิดไฟล์ Forecast

ไม่ได้เปิดอีเมลบริษัท

เธอเปิดเว็บไซต์สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอีกครั้ง ตรวจข้อมูลช่องทางและขั้นตอนการขึ้นเงินรางวัลจากแหล่งทางการ

จากนั้นหยิบเอกสารส่วนตัวออกมาจัดไว้ในแฟ้ม

เธอกลับมานั่งที่โต๊ะ

เปิดไฟล์ Excel ชื่อ เริ่มใหม่

ดูรายชื่อบริษัทที่จดไว้ตั้งแต่วันเสาร์

เธอเลือกบริษัทหนึ่งขึ้นมาอ่านงบการเงินต่อ

อ่านไปได้สิบกว่านาที ก็หยุด

มีตัวเลขบางอย่างที่เธอไม่เข้าใจ

เธอเปิดเว็บไซต์อีกหน้าเพื่อหาคำอธิบาย

ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิด

ไม่ได้รีบ

คืนนี้ไม่มีใครรอรายงานจากเธอ

ไม่มีใครต้องการไฟล์ Final_v9

และไม่มีใครมาบอกให้เธอทำให้ตัวเลขดูดีขึ้น

วีเอนหลังพิงเก้าอี้

นึกถึงสมภพที่บอกว่าเธอต้องมองภาพใหญ่

เธอยิ้มกับตัวเอง

“ภาพใหญ่เหรอ”

แล้วก้มลงอ่านงบการเงินต่อ